แอดวานซ์ เอ็มเปย์ ต่อยอดการเป็น Business Solution เสริมศักยภาพการดำเนินงานให้กับกลุ่มอีคอมเมิรซ์ ล่าสุด จับมือเว็บไซต์ "ตลาดดอทคอม" ช็อปปิ้งมอลล์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปฏิวัติรูปแบบการชำระเงินบนโลกออนไลน์แบบเดิมๆ ภายใต้แนวคิด "สะดวกทุกครั้งที่โอนเงิน มั่นใจกว่าทุกครั้งที่รับเงิน"

 

 

แอดวานซ์ เอ็มเปย์ ต่อยอดการเป็น Business Solution เสริมศักยภาพการดำเนินงานให้กับกลุ่มอีคอมเมิรซ์  ล่าสุด จับมือเว็บไซต์ ตลาดดอทคอม”ช็อปปิ้งมอลล์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปฏิวัติรูปแบบการชำระเงินบนโลกออนไลน์แบบเดิมๆ ภายใต้แนวคิด สะดวกทุกครั้งที่โอนเงิน มั่นใจกว่าทุกครั้งที่รับเงิน พิเศษตั้งแต่วันนี้ 31 ธ.ค.52 ฟรีค่าธรรมเนียม!

นายสุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด กล่าวว่า กลยุทธ์หลักอย่างหนึ่งของแอดวานซ์ เอ็มเปย์ ในการมุ่งสู่การเป็นเบอร์ 1 ในธุรกิจให้บริการธุรกรรมทางการเงินบนมือถือ หรือ Mobile Financial Service ซึ่งเป็นเป้าหมายของเราในปีนี้ ก็คือ การขยายบริการเอ็มเปย์ให้ครอบคลุมใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งธุรกิจบัตรเติมเงินประเภทต่างๆ, ธุรกิจอีคอมเมิรซ์ , ธุรกิจ Money Transfer และธุรกิจ M-Biz Solution โดยครึ่งปีที่ผ่านมา แอดวานซ์ เอ็มเปย์ ประสบความสำเร็จจากการขยายบริการเอ็มเปย์ ไปยัง 2 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจบัตรเติมเงินประเภทต่างๆ และธุรกิจ M-Biz Solution ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการเอ็มเปย์เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 30% โดยมียอดการทำธุรกรรมทางการเงิน (Transaction) มากถึง 3.3 ล้านรายการ / เดือน

 

วันนี้เพื่อตอบโจทย์กลยุทธ์หลักดังกล่าวอีกครั้ง แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จึงรุกขยายบริการให้ครอบคลุมในกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยประเดิมจับมือกับเว็บไซต์ ตลาดดอทคอม ผู้นำด้านอีคอมเมิรซ์ ครบวงจร  และเป็นช็อปปิ้งมอลล์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากมีร้านค้ามากกว่า 150,000 ร้าน ร่วมกันปฏิวัติรูปแบบการชำระเงินบนโลกออนไลน์แบบเดิมๆ เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด สะดวกทุกครั้งที่โอนเงิน มั่นใจกว่าทุกครั้งที่รับเงิน

 

โดยการนำศักยภาพของบริการเอ็มเปย์เข้าไปตอบโจทย์ให้ร้านค้าในเว็บไซต์ตลาดดอทคอมมั่นใจ และปลอดภัยทุกครั้งที่ได้รับเงิน ด้วยระบบการตรวจสอบยอดการชำระเงินได้ทันที พร้อมทั้งมี SMS แจ้งการโอนเงินเข้ามือถือให้ทราบด้วย และสำหรับลูกค้า บริการเอ็มเปย์เข้าไปเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ในการชำระเงินค่าสินค้าที่ง่าย , ประหยัด และสะดวกสบายที่สุด รวมทั้งสอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ เพียงมีเบอร์มือถือของร้านค้าก็สามารถชำระค่าสินค้าได้ง่ายๆ ถึง 2 วิธี ทั้งผ่านทางเครื่อง ATM ของ 5 ธนาคารชั้นนำ ได้แก่ ธ.กรุงเทพ , ธ.กสิกรไทย , ธ.ไทยพาณิชย์ , ธ.กรุงศรีอยุธยา และธ.ยูโอบี  และที่จุดรับชำระ mPAY STATION รวมทั้งสิ้นกว่า 60,000 จุดทั่วประเทศ โดยไม่ต้องจำเบอร์บัญชีธนาคารของร้านค้า นอกจากนี้ลูกค้ายังประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการชำระเงินด้วยวิธีอื่น เนื่องจากมีค่าธรรมเนียมในการโอนเงินเพียง 5 บาท / ครั้ง โดยในช่วงแรกฟรีค่าธรรมเนียมตั้งแต่วันนี้ 31 ธันวาคม 2552

 

ทางด้านนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด ผู้นำด้านอีคอมเมิรซ์ครบวงจรในประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันเว็บไซต์ตลาดดอทคอม ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เห็นได้จากการมีมูลค่าการซื้อขายในเว็บไซต์ทั้งหมดกว่า 5,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยมีสัดส่วนจำนวนการซื้อขายมาจากสินค้าประเภทแฟชั่น 30-40% ซึ่งถือเป็นสินค้าที่มาแรงเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมา คือ สินค้าเครื่องสำอาง อุปกรณ์ไอที และอุปกรณ์แต่งรถ ผู้ซื้อส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 16-35 ปี ส่วนใหญ่เป็นคนทำงานแล้ว มีระดับการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไป และมีรายได้ตั้งแต่ 10,00050,000 บาท โดยปีนี้เติบโตขึ้นมาเกือบ 10,000 ร้านค้าทำให้ปัจจุบันมีจำนวนร้านค้าในเว็บไซต์ของบริษัทประมาณ 150,000 ร้านค้า และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนผู้เข้าชมประมาณ 1.1 ล้านคน / เดือน

 

การนำบริการเอ็มเปย์เข้ามาเพิ่มเป็นอีกทางเลือกในการชำระเงินในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้กับเว็บไซต์ตลาดดอทคอม ทั้งในส่วนของการเพิ่มมูลค่าและปริมาณการซื้อขายผ่านทางออนไลน์ที่คาดว่าจะเติบโตสูงขึ้นถึง 20-30% ในปีนี้ เนื่องจากเอ็มเปย์เป็นบริการที่มีความน่าเชื่อถือและมีความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งทำให้ร้านค้ามั่นใจได้ทุกครั้งที่รับเงิน และสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าก็จะได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยร้านค้าในเว็บไซต์ตลาดดอทคอมที่สนใจเพิ่มช่องทางการชำระเงินผ่านทางบริการเอ็มเปย์ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกที่สุดให้กับลูกค้า ของท่าน สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ระบบจัดการร้านค้าทางเว็บไซต์ www.taradquickweb.com

 โมเดลความร่วมมือกับเว็บไซต์ตลาดดอทคอมในครั้งนี้ถือเป็นโมเดลต้นแบบ และเป็นอีกก้าวสำคัญของ แอดวานซ์ เอ็มเปย์ ที่จะนำเอ็มเปย์เข้าไปเป็นโซลูชั่นเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับธุรกิจในกลุ่มอื่นๆ ต่อไป และปลายปีนี้เรายังมีแผนที่จะรุกเข้าไปในกลุ่มธุรกิจ Money Transfer เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำในการให้บริการธุรกรรมทางการเงินบนมือถือในทุกธุรกิจอย่างแท้จริง นายสุปรีชา กล่าวสรุปในตอนท้าย

 

นายมานะ  ธนพิพัฒน์กุล  รหัส 504477335  หมู่เรียน 50/34

edit @ 14 Sep 2009 21:01:54 by 50/34

edit @ 14 Sep 2009 21:05:05 by 50/34

สัมมนาหลักสูตร คัมภีร์เศรษฐีออนไลน์ ชุด ปลุกใจสู้กู้วิกฤติ e-Commerce Never Dies วันที่ 12-13 กันยายน 2552

www.ThaiPR.net

จากสภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการส่งออกอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย

ทำให้ผู้ประกอบการต่างพยายามหาโอกาสทางการค้าใหม่ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางทางการค้า

และสร้างรายได้จากสินค้าที่อยู่ในมือให้ได้มากที่สุด ดังนั้นบริษัท อินวิส จำกัด

กับ คุณอิฏฐชัยจากสภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการส่งออกอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย

ทำให้ผู้ประกอบการต่างพยายามหาโอกาสทางการค้าใหม่ๆ

เพื่อเพิ่มช่องทางทางการค้า และสร้างรายได้จากสินค้าที่อยู่ในมือให้ได้มากที่สุด

ดังนั้นบริษัท อินวิส จำกัด กับ คุณอิฏฐชัย จักรพิทักษ์

จึงได้คิดพัฒนาลู่ทางการส่งออกสินค้าให้กับผู้ประกอบการ และชุมชน

โดยได้จัดหลักสูตร "คัมภีร์เศรษฐีออนไลน์ ชุด

ปลุกใจสู้กู้วิกฤติ e-Commerce Never Dies" วันที่ 12-13 กันยายน 2552

สถานที่โรงแรมเวนิก้า (รัชดาภิเษก )
         โดยกูรูชื่อดัง คุณอิฏฐชัย จักรพิทักษ์

คือ ผู้ก่อตั้งและดำรงตำแหน่ง Executive Webmasterของ www.ThaiTradePoint.com

เว็บไซต์ศูนย์รวมงานหัตถกรรมของขวัญ ของที่ลึก ของประดับตกแต่งบ้านภาคเหนือ

และสถานที่ท่องเที่ยวนับหมื่นรายการ

และผู้เขียนหนังสือ "คัมภีร์เศรษฐีออนไลน์ ซีรี่ I&II”

เป็นผู้พัฒนาหลักสูตรพร้อมเจาะลึกกลยุทธ์ Best Practiceสำหรับการค้าขายบนโลกออนไลน์

ที่ใช้คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว กับเว็บไซต์อีกหนึ่งเว็บ

สร้างเนื้อสร้างตัวจนกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านได้อย่างไร? เตรียมฉลองชัย

หลังปั้นยอดขายออนไลน์สินค้าชาวบ้าน "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์"

ทะลุหลักล้าน เตรียมขยายกิจการนำสินค้าใหม่ๆบุกตลาดโลกเย้ยธุรกิจดอดคอมต่างชาติ

ที่ชอบสบประมาทวงการอี-คอมเมิร์ซรากหญ้าเมืองไทยไร้ทิศทางคุณอิฎฐชัย จักรพิทักษ์

เจ้าของตำนานอี-คอมเมิร์ซชาวบ้าน เปิดเผยหลังทุ่มเทชีวิตพัฒนา

www.ThaiTradePoint.com มากว่า 3 ปีจนถึงวันนี้มีผลสำเร็จที่จับต้องได้ในระดับ"ตัวจริงเสียงจริง"

ด้วยยอดขายสินค้าหัตถกรรมจังหวัดเชียงใหม่ที่สามารถขายสินค้าออนไลน์

ไปต่างประเทศได้นับสิบล้านบาทน้ำหนักส่งออกรวมมากถึงหลายสิบตัน

โดยมีผู้ซื้ออยู่ทั้งในอเมริกา, ยุโรป,ตะวันออกกลางและเอเชีย

ขายสินค้าไทยไปอวดสายตาชาวโลกได้ในระดับผู้ส่งออกเงินล้านเขาทำกันได้อย่าง

และจากหลายท่านที่ประสบผลสำเร็จ จากการตอบรับผู้เข้าสัมมนาจากรุ่นที่ผ่านมา

ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สนใจร่วมสัมมนา

ติดต่อ วิริยะดา (สุภาสินี ) ศิลาชัย 086-323-1165

โทร. 02-219-1945 หรือ อีเมล์ wiriyada@gmail.com

 

 นางสาวภาษาศรี  คนอยู่ รหัส 504477333

วันนี้ คุณสามารถ เป็นเจ้าของ เว็บไซต์ E-Commerce ในชื่อ โดเมนเนม ของคุณเอง www.yourdomain.com โดยคุณไม่ต้องจำเป็นต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในการ สร้างเว็บเรามีระบบที่ใช้งานง่าย ที่ทำให้คุณ ทำเว็บ E-Commerce ได้ด้วยตนเอง และได้ผลงานแบบ มืออาชีพ

สอบถามข้อมูล โทร. 02-540-0330 (auto), 02-917-9612-4 (24 ชั่วโมง ทุกวัน)

Vela Commerce คือระบบ ร้านค้าออนไลน์ พร้อมใช้ ที่ได้รับการออกแบบ มา เพื่อให้ ผู้ที่สนใจ อยากจะทำธุรกิจ อีคอมเมิร์ช แต่ไม่มีความรู้ ทางด้านเทคนิค ในการสร้าง และ ออกแบบเว็บไซต์ รวมทั้ง ผู้ที่ไม่ต้องการลงทุนสูงในการจ้างบุคคลากร หรือ บริษัทออกแบบเว็บไซต์ เพื่อผลิตเว็บไซต์ของตนเอง

ปัญหาส่วนใหญ่ ของการทำธุรกิจ อีคอมเมิร์ช คือ เรื่องของความยุ่งยาก ทาง เทคนิค ในการจัดทำเว็บไซต์ จำหน่ายสินค้า และ ระบบแคตตาล็อค ต่างๆที่หากใช้ บริการ จ้างบริษัท หรือ ผู้ชำนาญการ มาดำเนินการ นั้น จะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ตัวอย่าง เว็บไซต์ ที่มีคุณภาพ หนึ่งๆ อาจต้องมีการลงทุน เริ่มต้น ตั้งแต่ หลายหมื่นบาท จนไปถึงหลายแสนบาท มีหลายคนไม่สามารถลงทุน ในงบประมาณที่สูงนี้ได้ ก็อาจจะไปใช้วิธี ในการเรียนรู้ หรือ อบรม การเขียนโปรแกรม เพื่อจัดสร้างเว็บไซต์เอง เช่นเดียวกับโปรแกรมเมอร์ ซึ่งงานส่วนใหญ่ จะเกี่ยวข้องกับ การเขียนโปรแกรม หรือ ออกแบบระบบฐานข้อมูล ที่ยุ่งยากและไม่เหมาะกับบุคคลทั่วไป แต่ วันนี้ คุณมีทางเลือกใหม่คือ ระบบร้านค้าออนไลน์ Vela Commerce ที่มีความเข้าใจในปัญหาต่างๆ เหล่านี้เป็นอย่างดี เราจึงได้ออกแบบระบบที่เป็น ระบบร้านค้าสำเร็จรูปพร้อมใช้ ที่ใครๆ ก็สามารถจะทำเว็บไซต์ด้วยตนเองได้ ไม่ต้องมีความรู้ในการเขียนโปรแกรม หรือ ออกแบบกราฟฟิค 

 

นางสาวงามทิพย์  ศรีวิชา  50/34  504477306

 
 
          เพื่อขานรับการประกาศเปิดตัวระบบปฏิบัติล่าสุดในนามวินโดวส์ 7 ของค่ายไมโครซอฟต์ ล่าสุดเอ็มเอสไอได้ประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายนของปีนี้เป็นต้นไป คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของเอ็มเอสไอได้สนับสนุนการอัพเกรดเข้าสู่วินโดว์ส 7 โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสั่งจองการอัพเกรดวินโดว์ส 7 ทางออนไลน์ โดยเสียค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

          ทั้งนี้ เมื่อวินโดว์ส 7 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ทางไมโครซอฟท์จะส่งซีดีรอมอัพเกรดไปยังผู้ใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้อัพเกรดโปรแกรมวิสต้าที่ใช้งานอยู่ไปสู่โปรแกรมวินโดว์ส 7 ส่วนลูกค้าที่ต้องการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ สามารถซื้อโน้ตบุ๊คเอ็มเอสไอที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการวิสต้า แล้วรับการอัพเกรดเป็นวินโดว์ส 7 เมื่อโปรแกรมดังกล่าวถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการประมาณช่วงสิ้นเดือนตุลาคมที่กำลังจะถึง

          โดยเวบไซต์ของเอ็มเอสไอ http://www.msi.com/index.php ได้เพิ่มส่วนวินโดว์ส 7 เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้งานให้เข้าใจเกี่ยวกับการอัพเกรดเป็นโปรแกรมวินโดว์ส 7 พร้อมอธิบายรายละเอียด กระบวนการ และเงื่อนไขของผู้ใช้ที่ต้องปฏิบัตสำหรับการอัพเกรดเป็นวินโดว์ส 7 นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อรุ่นโน้ตบุ๊คของเอ็มเอสไอ ที่สนับสนุนการอัพเกรดเป็นวินโดว์ส 7 รวมทั้งลิงค์ที่เชื่อมต่อไปยังเวบไซต์การอัพเกรดวินโดว์ส 7 ของไมโครซอฟท์ นอกจากนั้น ยังมีคำถามประเภท FAQ ที่มักมีผู้ซักถามบ่อยๆ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะช่วยตอบปัญหาผู้ใช้งานระหว่างการอัพเกรดไปสู่วินโดว์ส 7 

          และเมื่อไมโครซอฟท์ วินโดว์ส 7 เริ่มใช้งานได้แล้ว ผู้ใช้สามารถซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเอ็มเอสไอที่ได้รับการรับรองการสนับสนุนวินโดว์ส 7 และชำระค่าธรรมเนียมการดำเนินการเพียงเล็กน้อยเพื่อรับคูปองเงินสดการอัพเกรดเป็นวินโดว์ส 7 กล่าวคือ เมื่อระบบปฏิบัติการดังกล่าวเปิดตัวแล้ว ผู้ใช้เพียงเข้าไปหน้าเวบอัพเกรดวินโดว์ส 7 และสั่งซื้อโน้ตบุ๊คอัพเกรดล่วงหน้า โดยใส่หมายเลขของคูปองเงินสดที่ได้รับมาและข้อมูลพื้นฐานอื่น ๆ เมื่อดำเนินการเสร็จก็สามารถอัพเกรดเป็นวินโดว์ส 7 โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมอีก

          นอกจากนี้ เมื่อวินโดว์ส 7 เปิดตัวเป็นทางการแล้ว ผู้ใช้งานสามารถจองการอัพเกรดล่วงหน้า ซึ่งเมื่อรับซีดีรอมอัพเกรดวินโดว์สจะสามารถอัพเกรดจากระบบปฏิบัติการวิสต้า โฮม พรีเมียม, บิสิเนส และอัลติเมทมาเป็นวินโดว์ส 7 โฮม พรีเมียมล่าสุด ขณะที่ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการโพรเฟสชั่นนัลและอัลติเมท เมื่อการอัพเกรดระบบเสร็จสมบูรณ์ ก็สามารถสัมผัสกับประสบการณ์อันทรงพลังของวินโดว์ส 7 ได้ในทันที

เกี่ยวกับ MSI Notebook
          เป้าหมายของ MSI Notebook คือการสร้างชื่อในฐานะคอมพิวเตอร์พกพาที่น่าเชื่อถือ เราทำงานอย่างหนักหลายต่อหลายปีเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้คอมพิวเตอร์พกพาทั่วโลก สิ่งที่เราปฏิบัติเสมอมาคือการพัฒนาทางด้านการออกแบบ พยายามเพื่อความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี โดยพยายามยกระดับแนวทางทั้งหมดให้สูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อบุกเบิกเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับกับอุตสาหกรรมไอที อาทิ การพัฒนาซอฟต์แวร์ Turbo Power, ECO Engine และเทคโนโลยี Cinema Pro MSI Notebook เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พกพาระดับโลกรายแรกที่มีผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐาน True Dolby Home Theater Surround Sound certification.

          ผลิตภัณฑ์ MSI Notebook พัฒนาสินค้าจากความต้องการของผู้ใช้ตั้งแต่ขั้นตอนของวิจัยและพัฒนา เพื่อเป็นการมั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะสามารถใช้งานผลิตภัณฑ์ของ MSI Notebook อย่างเต็มประสิทธิภาพ และผลิตภัณฑ์ทุกเครื่องของ MSI Notebook จะได้รับการทดสอบก่อนที่จะส่งออกจากโรงงาน โดยมีการตรวจสอบทั้งเรื่องความดันอากาศและความชื้น การตกและสั่นสะเทือนเพื่อตรวจสอบจุดต่อเชื่อมต่างๆ คีย์บอร์ดและทัชแพด 

          นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบอื่นๆ อีกรวม 30 แบบ รวมถึงแรงกดทับและการตกจากที่สูง จุดเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆเสียง การทนทานไฟฟ้าสถิต และประสิทธิภาพการทำงานของระบบ มีการตรวจสอบด้วยความระมัดระวังด้วยมาตรฐานเดียวกันทุกเครื่อง เพื่อให้ผู้ซื้อเครื่องใหม่ภายใต้แบรนด์ MSI Notebook มั่นใจได้ในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ปัจจุบัน MSI Notebook มีผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอในตลาด 7 กลุ่ม สำหรับตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่แตกต่างกันตั้งแต่ กลุ่มผู้เล่นเกม ผู้ที่ชอบของสวยงาม ผู้ใช้มืออาชีพ ผู้ที่เน้นความบันเทิง เน้นน้ำหนักเบาเน้นความคุ้มค่า และเน้นความบางเฉียบในตระกูล X-Slim ล่าสุด

                                                                    น.ส.ปิยนุช สุดประเสริฐ

504477327

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 กรกฎาคม 2552 12:57 น.

       ธุรกิจขายสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ตสุดบูม โตสวนกระแส ปีนี้ขยายตัวกว่าร้อยละ 50 มูลค่าสูงถึง 600,000 ล้านบาท คาดปี 2556 ทะลุ 1.2 ล้านล้านบาท ระบุภาครัฐเร่งเข้าดูแลทั้งกฎหมาย และความรู้ เพื่อความเชื่อมั่น ล่าสุดได้เปิดโครงการ e-Commerce Online รุ่นที่ 3 เพื่อพัฒนาทักษะและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการ
       
       นายคณิสสร นาวานุเคราะห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า แม้ว่า เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย จะอยู่ในภาวะซบเซา ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจโลก ทว่า ธุรกิจขายสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ต หรืออีคอมเมิร์ซ กลับโตสวนกระแส ได้รับความนิยมสูงขึ้นและที่สำคัญการซื้อขายผ่านระบบนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายไม่ต้องเดินทางไปจับจ่ายสินค้าให้สิ้นเปลืองค่าโดยสาร ค่าน้ำมัน โดยคาดว่า มูลค่ารวมปีนี้ (2552) ยังขยายตัวร้อยละ 50 หรือมีมูลค่าสูงถึง 600,000 ล้านบาท อีกทั้ง คาดว่า เมื่อถึงปี พ.ศ. 2556 มูลค่าจะเพิ่มสูงถึง 1.2 ล้านล้านบาท
       
       อย่างไรก็ตาม ภาครัฐได้เข้ามาดูแลการค้าขายสินค้า ไม่ว่าเป็นด้านกฎหมาย การแนะนำการทำธุรกิจ ก็ทำให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น โดยปัจจุบันการค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ซ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก เช่น ธุรกิจบริการ เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ เป็นต้น กว่าร้อยละ 90 เป็นการค้าระหว่างผู้ผลิตผู้ดำเนินธุรกิจ (BUSINESS) ไปสู่ผู้บริโภค (CONSUMER) หรือ B-C โดยในขณะนี้ กรมฯ ได้ส่งเสริมให้เกิดการค้าระบบ B-B ให้มากขึ้นเพื่อขยายระบบการค้า รวมทั้งการท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้น
       
       ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจ ได้จัดปฐมนิเทศโครงการ e-Commerce Online รุ่นที่ 3 เพื่อพัฒนาทักษะและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการ สร้างมูลค่าเพิ่มและขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดออนไลน์ ตลอดจนมุ่งสร้างผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รายใหม่ ๆ ด้วยการเปิดอบรมให้ความรู้ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ประกอบการ ผ่านเว็บไซต์ www.dbdacademy.com โดยผู้สนใจเข้าอบรม 1,231 คน แบ่งเป็นหลักสูตรต่าง ๆ คือ หลักสูตรความรู้เบื้องต้นด้าน อี-คอมเมิร์ซ หลักสูตรการตลาดอี-คอมเมิร์ซ หลักสูตรการพัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซ หลักสูตรธรรมาภิบาลภาคธุรกิจ งบการเงินสำหรับผู้บริหาร และการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ

นางสาวพรทิพย์   เคาวสุต   หมู่เรียน 50/34   รหัสนักศึกษา 504477328

กู้วิกฤติ E-commerce Never Dies

posted on 08 Sep 2009 12:38 by 504477341

ภาพข่าว: “คัมภีร์เศรษฐีออนไลน์ ชุดปลุกใจสู้ กู้วิกฤติ E-commerce Never Dies”

 

 ภาพข่าว: “คัมภีร์เศรษฐีออนไลน์ ชุดปลุกใจสู้ กู้วิกฤติ E-commerce Never Dies”

 

 บริษัท อินวิส จำกัด ร่วมกับ www.ThaiTradePoint.com โดยอาจารย์อิฏฐชัย จักรพิทักษ์ พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ฝึกอบรมหลักสูตร “คัมภีร์เศรษฐีออนไลน์ ชุดปลุกใจสู้กู้วิกฤติ E-commerce Never Die” เจาะลึกกลยุทธ์ Best Practice สำหรับการค้าขายบนโลกออนไลน์ ที่ใช้คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว กับเว็บไซต์อีกหนึ่งเว็บ สร้างเนื้อสร้างตัวจนกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านได้ ในวันที่ 18 — 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจะต้องฝึกภาคปฏิบัติแบบ Online on the job coaching กับวิทยากรอีก 6 เดือนเต็ม ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการค้าขายจริงในโลกออนไลน์และนำไปสู่ผลสำเร็จในที่สุด สำหรับคอร์สถัดไปจะเปิดอบรมอีกครั้งในวันที่ 12 — 13 กันยายน 2552 สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่คุณวิริยะดา โทร. 02-219-1945 หรือ 086-323-1165 หรืออีเมล์ info.inwisthailand@gmail.com

 

น.ส. ทรรศนีย์ หล่อเหลี่ยม รหัส 504477314 ห้อง 50/34

edit @ 8 Sep 2009 12:40:48 by 50/34

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดงานแถลงข่าว “โครงการ e-Commerce Online รุ่นที่ 3”

ด้วย บริษัท โปรเกรส อินฟอร์เมชั่น จำกัด ได้รับมอบหมายจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นผู้ดำเนินการโครงการ e-Commerce Online รุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นการให้บริการการเรียนการสอนด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ โดยโครงการดังกล่าว กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินงานต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2550 และประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ส่งผลให้มีจำนวนผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ดังนั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงได้สานต่อโครงการด้วยการเปิด “โครงการ e-Commerce Online รุ่นที่ 3” พร้อมจัดให้มีการสัมมนาเรื่อง “9 กลยุทธ์ e-Commerce เปิดโลกการค้าสู่ความสำเร็จ” โดยวิทยากรชื่อดังในแวดวง e-Commerce

น.ส.เครือวัลย์ มีเลิศ

รหัส 504477367

ต้องส่งวันที่ 04/09/09

edit @ 7 Sep 2009 16:33:31 by 50/34